Tipak Website

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. Privacy Notice for Employee...

Privacy Notice For Employee and Candidate

ประกาศความเป็นส่วนตัว ( Privacy Notice ) ของ พนักงาน และผู้สมัครงาน

     บริษัทตระหนักให้ความสำคัญและมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อเป็นการรับรองสิทธิของบุคคลที่จะต้องได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล โดยเอกสารฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทขอให้ท่านโปรดอ่านเอกสารฉบับนี้เพื่อรับทราบและทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1.วัตถุประสงค์ของการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของ พนักงาน และผู้สมัครงาน

การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล : ในการสมัครงานหรือการทำสัญญาจ้างเป็นลูกจ้างของบริษัทนั้น ท่านจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสามารถระบุตัวตนของท่านได้แก่บริษัท เพื่อประมวลผลพิจารณาคุณสมบัติ รวมถึงเป็นหลักฐานในการทำสัญญาจ้างในกรณีที่ท่านผ่านการพิจารณา รวมถึงเพื่อการติดต่อประสานงาน การบริหารจัดการข้อมูล การดำเนินการเกี่ยวกับแรงงาน ภาษี การจัดสวัสดิการ การฝึกอบรมพัฒนา และการอื่นใดอันจำเป็นในการปฏิบัติอันเกี่ยวกับการจ้างงานเท่านั้น

การเก็บข้อมูลจากแหล่งอื่น : บริษัทอาจทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่น เช่น ในสื่อสังคมออนไลน์ เว็ปไซต์หรือบริษัทจัดหางาน สถาบันการศึกษา บุคคลอ้างอิง หรือจากบริษัทที่ท่านเคยร่วมงาน ตามข้อมูลซึ่งท่านได้ให้ไว้ โดยได้รับความยินยอมจากท่าน

การประมวลผลข้อมูล : บริษัทดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานการประมวลผล ดังต่อไปนี้

     ❒ ฐานสัญญา (Contract) : เมื่อท่านประสงค์จะทำการยื่นสมัครงานหรือทำสัญญาจ้างเป็นพนักงานของบริษัท จำเป็นที่ท่านต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท เพื่อบริษัทสามารถใช้ข้อมูลของท่านประมวลผลพิจารณาการสมัครงานหรือทำสัญญาจ้างได้ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวบริษัทไม่อาจพิจารณาการสมัครงานของท่านรวมถึงไม่อาจทำสัญญาจ้างงานกับท่านได้

     ❒ ฐานความยินยอม (Consent) : บริษัท อาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการอย่างอื่นนอกจากการพิจารณาการสมัครงานหรือการดำเนินการอันเกี่ยวกับลูกจ้างโดยได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกฎหมาย ในการนี้หากท่านประสงค์จะถอนความยินยอมท่านสามารถติดต่อบริษัทและแจ้งความประสงค์ได้ตาม ข้อ 4. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

     ❒ ฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest) : บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการจัดการและการจัดทำรายงานภายในบริษัท การบริหารจัดการมาตรฐานการทำงาน การบริหารจัดการความเสี่ยงการตรวจสอบภายใน อันเป็นกรณีฐานจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

     ❒ ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) : บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำกับดูแล เช่น พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535, พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 และกฎหมายอื่นที่บริษัทต้องอยู่ภายใต้บังคับให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่ให้อำนาจศาลสั่งให้คู่ความส่งเอกสารหรือข้อมูลในการพิจารณาคดี เป็นต้น อันเป็นกรณีฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย”

2.ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการประมวลผลและระยะเวลาในการเก็บรักษา

     2.1 บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ปรากฏในแบบฟอร์มใบสมัครงาน รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมซึ่งท่านได้นำส่งหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมต่อบริษัท
2.2 บริษัท จะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตลอดจนเอกสารอันเป็นข้อมูลส่วนบุคคลท่านไว้ดังนี้

     ❒ กรณีไม่ผ่านการพิจารณา บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลของท่านไว้ เพื่อสิทธิประโยชน์ในการพิจารณาตำแหน่งว่างที่เหมาะสมในอนาคตเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน

     ❒ กรณีผ่านการพิจารณาและทำสัญญาเป็นลูกจ้างของบริษัท บริษัท จะทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตลอดระยะเวลาการเป็นลูกจ้าง เมื่อพ้นสภาพการเป็นลูกจ้างแล้ว บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นเวลา 10 ปี เว้นแต่กฎหมายอันเกี่ยวแรงงาน การบัญชีหรือการอื่นใดอันเกี่ยวกับการจ้างงานได้กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาไว้เป็นเวลาเกินกว่าที่บริษัทกำหนด ก็ให้ทำการเก็บรักษาตามระยะเวลาที่กฎหมายดังกล่าวกำหนด

3.สิทธิของ พนักงาน และผู้สมัครงาน

ท่านมีสิทธิ

     (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมให้บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
     (2) สิทธิในการเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย
     (3) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
     (4) สิทธิในการคัดค้าน การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
     (5) สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งไม่อาจระบุตัวตนได้
     (6) สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
     (7) สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
     (8) สิทธิที่จะร้องเรียนในกรณีที่ท่านเห็นว่าถูกบริษัทหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนของบริษัทละเมิดสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านตามที่กล่าวข้างต้น จะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษร / ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่บริษัทกำหนด และบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อจำกัดในกรณีที่ท่านขอให้บริษัทลบ ทำลายข้อมูล ระงับ ขอให้โอน การคัดค้าน หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวตนได้ หรือถอนความยินยอม อาจทำให้เกิดข้อจำกัดกับบริษัทในการพิจารณาการสมัคร การจัดสิทธิหรือสวัสดิการตามระเบียบของบริษัท หรือไม่อาจสามารถดำเนินการให้ได้ ทั้งนี้ตามที่กฎหมายกำหนด

4.ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

หากมีเหตุร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อประสานงานมายังผู้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ในช่องทางดังนี้

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด ( มหาชน )

เลขที่ 44/5 หมู่ที่ 3 ตำบลคอกกระบือ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร

Email Address: PrivacyHR@tipak.co.th

หากท่านเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ท่านมีสิทธิที่จะร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”

ประกาศความเป็นส่วนตัว ( Privacy Notice ) ของ พนักงาน และผู้สมัครงาน ได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2565

SERVICE

LABOLATORY
ENVIROMENT
PRINTING SYSTEM

Subscribe to our newsletter & get all the latest news.

Copyright © 2018-2022 บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์. All Rights Reserved.